สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่านน ก่อนอื่นขอโฆษณา https://twitter.com/vocabaday ก่อนนะครับ เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เป็นทวีตเตอร์ติดตามคำศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจประจำวัน ฝากโฟลโล่ว์ด้วยหละกันครับCool

    วันนี้ผมมากับ FOSTER

A: นายๆนี่มัน FOSTER ที่ englishcheryl เขานำเสนอเป่า?

B : เว้ยยย! ไม่ใช่นี่มัน DAVID FOSTER and friends
A: โอเคๆ เราจะได้เอารูปมาให้ดู นี่ไงๆ
 
       มารู้จัก Foster The People กันดีกว่าครับ พวกเขาเป็นวงร็อคอินดี้จากLOS ANGELES,USA ครับผม ตั้งวงขึ้นครั้งแรกปี 2009 สมาชิกในวงมี 3 คนประกอบไปด้วย Fink,Fosterและ Pontius (เรียงจากซ้ายไปขวานะครับ) จริงๆแล้วเนี่ย นายMARK FOSTER เขาตั้งชื่อวงว่า FOSTER & THE PEOPLE ครับ แต่คนดันเรียกผิดเป็น FOSTER THE PEOPLE (หมายถึงดูแลเอาใจใส่คนอื่น) นายก็เลยเอามาเป็นชื่อวงซะเลยFoot in mouth 
      
       หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินซิงเกิื้ลแรกของพวกเขากันแล้วบ้างที่ชื่อว่า "Pump up Kicks" ที่ดังไปทั่วโลก ทำให้ทั่วโลกรู้จักพวกเขา เพลงของวงนี้จะต้องอาศัยการตีความอย่างมากเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นทำนองที่ชิลๆ แต่เข้าใจยากเอาเรื่องเลยนะครับ!
      
อัลบั้ัมนี้ TORCHES ขอเป็นอัลบั้มขึ้นหิ้งของปีที่แล้วเลยหละครับ ฟังแล้วสนุกสนานมาก ที่มีเพลงมันส์ๆอย่าง PUMP UP KICKS,HELENA BEAT,CALL IT WHAT YOU WANT,DON'STOP และ HOUDINI ซิงเกิ้ลปิดท้ายนะครับ  ใครยังไม่ได้ซื้อแนะนำให้ซื้อเลยนะครับ เป็น one of the best albums in 2011 จริงๆ
  
    และซิงเกิ้ล HOUDINI คือเพลงที่ผมจะแปลต่อไปนี้นะครับ เพลงนี้ได้ประกอบใน Gossip Girl ตอนหนึงด้วยนะเออ HOUDINI จริงๆแล้ว คือ นักมายากลผู้โด่งดังที่ชื่อ Harry Houdini ครับ เขาสามารถหายตัวได้
 <<<- นี่ไง Harry Houdini โซ่ตรวนก็สามารถทำให้ตัวเองหลุดรอดได้
     เพลงนี้ มีทำนองคล้ายๆกับ PUMP UP KICKS ถือว่าเป็น counterpart ของมันเลยทีเดียว แต่ถือว่าเป็น pop มากกว่า เหมาะสำหรับเปิดในช่วงหน้าร้อน ผ่อนคลายๆเบาๆ มี summer synth bounce ตลอดเพลง ลองจินตนาการดูได้นะครับว่า ลองปิดตา ฟังเพลงนี้ คุณก็อาจจะตบมือตามได้ไม่ยาก เคลิบเคลิ้มไปกับเพลงนี้ เนื้อเพลงก็สื่อไปถึง การอยากเป็นนักมายากลเพราะถ้ากลัวอะไรก็สามารถหายตัวไปได้เลย ต่างจากนักดนตรีที่หายตัวไม่ได้ แถมยังโดนด่าอีกTongue out โอ๋ๆไม่เศร้านะ เพลงนี้ฟังง่ายครับ แต่แปลยากดีนะ
เนื้อเพลง
Rise above, gonna start the war!
Oh, what you want, what you need

What'd you come here for?

ไม่แคร์ไม่สน ฉันจะทะเลาะ
เห้ย อยากจะได้อะไร ต้องการอะไร มาที่นี่เพื่ออะไร

**เป็นการเริ่มต้นบอกกับตัวเองกับความกลัวว่าอยากจะเอาชนะมันและเริ่มถามตัวเองด้วยการแทนสรรพนามว่า “you” กำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร เป็นการเตือนสติตัวเอง


Well, an eye for an eye and an 'f' for fight
They're taking me down as the prisoners riot

งั้นก็ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ก็จะสู้

พวกนั่นเอาตัวฉันไปตอนที่นักโทษจลาจล

**เตรียมตัวสู้กับความกลัวนั่นเองครับ พวกนั่นหมายถึงนักวิจารณ์ที่ว่า FOSTER THE PEOPLE นั่นเอง prisoners= อาจจะเหมือนศิลปินคนอื่นที่ดังและอินดี้ ในขณะที่ศิลปินคนอื่นกำลังแหวกแนวเพลงเดิมๆ แต่พวกเขากลับถูกจับจ้องมากที่สุด เปรียบเทียบกับการจับกุมนักโทษในเรือนจำนั่นเอง


Got shackles on, my words are tied
Fear can make you compromise

ล็อกตัวฉันไว้ ฉันพูดไม่ออก

ความกลัวไม่ทำให้เป็นตัวคุณเอง

**shackles = กุญแจมือ อาจเป็นสัญลักษณ์แทนถึง การที่จะต้องทำอะไรด้วยการถูกบังคับ การเหนี่ยวรั้ง เช่นการร้องเพลงที่สถานที่ที่หนึ่ง และทำให้พวกเขาไม่รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองและทำผลงานออกมาได้ไม่ดี เพราะทั้งความกลัวและการบังคับให้ทำนั่นเอง


With the lights turned up, it's hard to hide
Sometimes I want to disappear

เปิดไฟแล้ว หลบความกลัวยาก

บางทีฉันก็อยากจะหายตัวไป

**เมื่อถึงเวลาแสดง lights= spotlight แอบความรู้สึกได้ยากครับ ความรู้สึกกลัว ความไม่เป็นตนเอง ก็เลยอยากจะหายตัวเหมือน Houdiniหรือนักมายากล บ้าง


When I feel kinda bad and don't want to stress
I just pass it off on ability

เมื่อรู้สึกแย่ ฉันก็ไม่อยากจะเครียด

ฉันทำได้เพียงเท่านี้

**บางทีคนเราก็เครียดเมื่อทำอะไรออกไปแล้ว ไม่ดี ไม่น่าพอใจก็โทษตัวเองได้เหมือนกัน

 

 Well you got what you want, what you never knew
It's a perfect gift from me to you

คุณได้สิ่งที่คุณอยากได้ สิ่งที่คุณไม่เคยรู้

นี่เป็นของขวัญที่พิเศษจากตัวฉันให้คุณ

**you = ผู้ฟังแล้วครับ ได้ของขวัญสุดพิเศษคือ ความเป็น Foster the people นั่นเอง

(Raise up to your ability)
You never knew that I could find
What could come when we realize
Some won't stop with the compromise

ทำไปตามความสามารถของคุณ

คุณไม่เคยรู้ว่าฉันเจอ

สิ่งที่ตามมาได้เมื่อพวกเรารู้ตัว

มันไม่อาจหยุดความเป็นตัวคุณได้ด้วยการลดค่าตัวเอง
**ทำให้เต็มที่นั่นเอง การมีสติแบบรู้ตัว realize ทำให้หาตัวเองเจอและแสดงมันออกมาได้ โดยไม่ต้องลดค่าตัวเองจากความกลัวเลย


(Raise up to your ability)
Can't stand when I disappear
Running around cause I'm filled with fear
I can't
go cause my life's a wreck

ทำไปตามความสามารถของคุณ

เมื่อฉันหายตัว แสดงว่าฉันทนไม่ไหวแล้ว

วิ่งหนีไปเพราะมีแต่ความกลัวไปหมด
หนีไปไม่ได้เพราะชีวิตฉันมันพังไปแล้ว

**เหมือนท่อนนี้เป็นเสียงสะท้อนความกลัวที่อยู่ในใจของวงนี้อยู่ดี


(Raise up to your ability)
I know that you wanna
Throw me into the Sea
For my ability

ฉันรู้ว่าคุณอยากจะโยนฉันลงทะเลเพราะความสามารถของฉัน

**คุณ = นักวิจารณ์ก็จวกความสามารถของวงนี้ไม่ยั้ง


(Raise up to your ability)
Yeah I'm undecided
Yeah just want to leave it
I don't wanna run away
(Raise up to your ability)

ฉันยังไม่แน่ใจ

แค่อยากจะทิ้งมัน

แต่ไม่อยากหลีกหนีไป

**ยังลังเลกับความยากในการเป็นศิลปิน บางทีก็มีอารมณ์ยังปล่อยมันไว้สักพัก แต่คงไม่อยากจากมันไปเลยทีเดียว

You gotta focus on your ability
Focus on your ability
Now focus on your ability
Focus on your ability

คุณต้องแน่วแน่กับความสามารถของคุณ

แน่วแน่กับความสามารถของเธอ

**ตอนนี้ให้มั่นคงกับความเป็นตัวของตัวเองแล้ว


Then they can't get what they want to steal
Can't get what they want to steal
Then they can't get what they want to steal
Can't get what they want to steal

พวกนั้นไม่อาจได้สิ่งที่เขาอยากจะขโมยไปได้หรอก
**พวกเขาคือนักวิจารณ์ที่ชอบจวก ก็ไม่สามารถทำอะไรกับFoster the people ได้แล้ว สิ่งที่พวกเขาอยากได้คือ ความเป็นตัวของตัวเอง และก็เอามันไปไมได้อีกแล้ว

คำศัพท์จากเพลง

1.compromise  = การประนีประนอม / an endangering of reputation หรือการเสื่อมเสียชื่อเสียง

To reach a compromise =หาทางประนีประนอม

-compromising = ที่เสื่อมเสียยศ

2.word

-(upon)my word = ไว้แสดงความประหลาดใจ

-wordsmith = คนที่เชี่ยวชาญการใช้คำ

3. พวกชอบพวกเขาเรียกว่า faultfinder, carper มาจาก to carp พวกชอบบ่น ,detractor ชอบถากถางเลย , caviler มาจาก to cavil =บ่นแบบไร้เหตุผล

ตรงข้ามกันก็คือพวกชอบประจบครับใช้คำพวกนี้ก็ได้

apple-polisher, yes-man พวกได้เลยครับผม , soft-soaper แบบอยากได้อะไรบางอย่างเลยต้องพูดประจบ, brownnoser ,sycophant , adulator แบบยกย่องเกินความเป็นจริง

ปล.ใครมีอะไรฝากมาที่ shoutbox หรือ ทวีตเตอร์ ก็ยินดีน้อมรับนะครับ

สำหรับวันนี้ บายยยยยยยย

Comment

Comment:

Tweet

อันนี้คือเนื้อเพลงจริงๆ ใช่หรือเปล่าครับ เพราะว่าเนื้อเพลงในเน็ตมีหลายเวอร์ชั่นมาก บางครั้งก็เดาไม่ออกบางอันถูกบ้างผิดบ้าง ขอบคุณที่แปลให้ฟังครับ ^^

#5 By neo (103.7.57.18|113.53.2.211) on 2012-10-18 13:00

ชอบวงนี้!!! ซื้ออัลบั้มแล้วเรียบร้อย ฮ่าฮ่า 
เพลงเพราะทุกเพลงเลยจริงๆ
เอ็มวีก็เจ๋งทุกเพลงที่ออกมาเลย
ขอบคุณสำหรับแปลค่ะ ปกติเราก็ฟังผ่านๆเอาเพลินมากกว่า
 
 
ป.ล. แนะนำเพลง Warrior มาร์กแต่ง คิมบราร้อง เพราะมาก  :)

#4 By A-roon on 2012-10-11 16:16

ชอบเพลงนี้มาก จริงๆชอบวงนี้อยู่แล้ว ><
เพราะมาก!
แปลได้ลื่นมากเลยด้วย!!
ชอบมากเลยค่ะ!  Hot! Hot! Hot!
ไม่เคยรู้ความหมายของเพลงในเชิงลึกอย่างนี้ ปกติฟังแล้วอ่านเนื้อก็เออออไปเท่านั้น
เพลงลึกซึ้งมากเลยนะเนี่ย = w =

#3 By Gloom_WiDow on 2012-10-10 19:13

ได้ความรู้ดีๆ ขอบคุณมากค่ะ cry
เพลงเพราะด้วย Hot! Hot!
พอขึ้นภาพมาด้วย David Foster นี่ก็อยากจะไปดูคอนฯเลย(ปีที่แล้วก็พลาด) 555

#2 By Sentto'chii on 2012-10-09 19:24

หลงรัก David Foster cry
แต่เป็นเพลงช้าของเขานะคะ confused smile

#1 By Mrs. Holmes on 2012-10-09 18:48