สวีดัด….สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับกลับสู่บล็อกของผม englishcheryl อีกครั้งนะครับ หลังจากหายไปปีกว่าๆ วันนี้เป็นวันที่ปิดเทอมวันแรก รู้สึกสบายใจเลยคิดว่าพร้อมแล้วสำหรับการทำบล็อกเสริมความรู้ภาษาอังกฤษจากเพลงฝรั่งอีกครั้ง หวังว่าจะติดตามกันต่อไปนะครับ สัญญาว่าจะเสนอความรู้มาให้ตลอด แค่เข้ามาเยี่ยมชมกันคนละคลิก เม้นคนละเม้นก็ชื่นใจแล้วครับ

            ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วละกันครับ มาเริ่มกันที่การพูดถึงศิลปินที่ผมจะมานำเสนอคนนี้  กว่าจะลากตัวเธอมาได้เนี่ย ใช้รถบรรทุกเลยนะ 55+ (ไม่ใช่เพราะว่าเธอตัวหนัก เป็นเพราะว่าเธอได้รางวัลมาเยอะเลยจากทั้ง Grammy ,Brit Awards) คงรู้แล้วสิว่าใคร  เธอคนนี้เป็นเจ้าของเพลงฮิตๆอย่าง Rolling in the deep และSomeone like you

........... ADELE ตอนนี้เธอกลับมาพร้อมกับซิงเกิ้ลที่ 3 คือ SET FIRE TO THE RAIN (ที่จริงมีอีกเพลงแล้วคือ Rumor has it)

 

      

          เพลงSet fire  to the rain เป็นเพลงPower ballad เพลงหนึ่งที่ให้อารมณ์ถึงความสัมพันธ์ที่จะจบแต่ว่ายังตัดใจไม่ได้เสียที เหมือนกับการจุดเทียนเอ้ย จุดไฟกลางสายฝนที่ยังไงๆไฟก็ต้องดับอยู่ดีหละเธอเอ่ย เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ของ Billboard Chart ไปแล้ว นี่เป็นอันดับ 1 ตัวที่ 3 ของเธอแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า ศิลปินที่มาแรงที่สุดในทศวรรษนี้คือเธอ [อะเดล ลื้อนี่มานสวดยอดไปเล๊ยยย]

            นักวิจารณ์ดังๆบอกว่า นี่เป็น “Scorned-woman balladryหรือเพลงเศร้าของหญิงที่อกหัก(It surges on the pure force of her titanic wail = โดนความรู้สึกของความเศร้าโศกนั่นเต็มๆ) หรือไม่ว่าจะเป็น "once the chorus kicks in, you're a goner." เมื่อฟังท่อนคอรัสเพลงนี้หละก็ คุณจะคลั่งมันแน่ๆ ส่วนตัวผม ชอบเพลงในอัลบั้ม 21 นี้ทุกเพลงเลย จะเรียกได้ว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่ catchiest ที่สุดในอัลบั้มแล้วก็ได้ 55+

ว้าวว เพลงนี้น่าสนใจใช่ไหมครับ เชิญฟังเพลงและก็เนื้อความของเพลงนี้ที่ต้องการจะสื่อได้เลยครับ

 

เนื้อเพลง

I let it fall, my heart,

ฉันปล่อยหัวใจของฉันให้หล่นลง

And as it fell, you rose to claim it.

เมื่อมันตกลงไปแล้ว เธอก็ลุกขึ้นมาเรียกร้องหามัน

It was dark, and I was over,

มีแต่ความมืด ฉันช่างอ่อนแรง


Until you kissed my lips and you saved me.

กระทั่งเธอจูบฉันและได้ช่วยชีวิตฉันไว้


My hands, they're strong, but my knees were far too weak.

มือของฉันยังหนักแน่นอยู่ แต่ว่าเข่าของฉันมันอ่อนล้าเหลือเกิน


Stand in your arms without falling into your feet.

อ้อมแขนของเธอพยุงตัวฉันยืนขึ้น


But there's a side to you that I never knew, never knew.

แต่ว่ามีแง่มุมของเธอมุมหนึ่งที่ฉันไม่เคยรู้เลย

**ตีความได้ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มสั่นคลอน ถึงแม้ว่าจะพยายามแก้ไขและดำเนินความสัมพันธ์นี้ต่อไป เธอก็ยังรักเขาและถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะอยากออกมาจากความทรงจำระหว่างทั้งสองคนนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถลืมเขาได้เพราะว่าเธอยังเข้มแข็งไม่พอ

All the things you'd say, they were never true, never true.

สิ่งที่เธอพูดมาไม่เคยเป็นจริงสักครั้ง


And the games you'd play, you would always win, always win.

เกมที่เธอเล่น เธอก็เอาชนะได้ตลอด

**ตัวตนของเขาจริงๆเริ่มเปิดเผยตัวขึ้น นี่เป็นเหตุผลที่เธออยากจะตัดความสัมพันธ์นี้

But I set fire to the rain,

แต่ฉันก็จะจุดไฟกลางสายฝน

Watched it pour as I touched your face

จับจ้องฝนที่ตกลงมาและฉันสัมผัสหน้าเธอ


Let it burn while I cried

ให้ไฟเผาไปขณะที่ฉันกำลังร่ำไห้


'Cause I heard it screaming out your name, your name.

เพราะฉันได้ยินเสียงสายฝนที่ถูกแผดเผากรีดร้องออกมาเป็นชื่อเธอ

**ท่อนฮุคนี้เป็น metaphor ซึ่งตามที่ผมตีความ ฝนคือความทรงจำระหว่างทั้งสองคน ไฟคือ การที่อยากจะลืมความทรงจำนั้น แต่ว่าถึงแม้ว่าเธอจะลืมได้ยากที่เหมือนกับว่าเราจุดไฟกลางสายฝน ยังไงก็ไม่สามารถทำได้ let it burn while I cried แสดงให้เห็นว่า เธอเองก็เสียใจกับความสัมพันธ์ที่เธออยากจะลืมมันด้วย แต่ว่าทำอย่างไรเธอก็ลืมไม่ลง เพราะมันมีแต่เสียงเรียกชื่อเขาซะงั้น

When I lay with you, I could stay there.

เมื่อฉันได้นอนเคียงข้างเธอ ฉันนึกไปไกล


Close my eyes, feel you here forever.

ฉันหลับตาก็รู้สึกว่าเธออยู่กับฉันตลอดไป

You and me together, nothing is better.

เธอและฉัน เราสองคน ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่านี้แล้ว

'Cause there's a side to you that I never knew, never knew.

เพราะว่ามีแง่หนึ่งของเธอที่ฉันไม่เคยรู้เลย


All the things you'd say, they were never true, never true.

สิ่งที่เธอบอกมาไม่เคยเป็นจริงเสียเลย


And the games you'd play, you would always win, always win.

และเกมที่เธอเล่น เธอก็ชนะได้เสมอ


***ถึงแม้ว่าเธอจะรักชายคนนั้นมากมายเหลือเกิน แต่ว่าก็ต้องเดินจากลาเพราะว่าตัวตนจริงๆของเขา


But I set fire to the rain,

แต่ฉันก็จะจุดไฟกลางสายฝน

Watched it pour as I touched your face

จับจ้องฝนที่ตกลงมาและฉันสัมผัสหน้าเธอ

Let it burn while I cried

ให้ไฟเผาไปขณะที่ฉันกำลังร่ำไห้


'Cause I heard it screaming out your name, your name.

เพราะฉันได้ยินเสียงสายฝนที่ถูกแผดเผากรีดร้องออกมาเป็นชื่อเธอ

I set fire to the rain

ฉันจุดไฟกลางสายฝน

And I threw us into the flames

และพวกเราก็ถูกแผดเผาไปในกองเพลิง

Where I felt somethin' die

กองเพลิงที่ฉันรู้สึกได้ว่าบางอย่างหายไปเสียแล้ว

'Cause I knew that that was the last time, the last time.

เพราะว่าฉันรู้ว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

** เพิ่มเติมคือท่อน And I threw us…. นั่นก็คือ ความทุกข์ในความทรงจำของความสัมพันธ์ของ “พวกเขา” เริ่มจะจางหายไป ความรักของสองคนสลายไปเสียแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะคะนึงหาเขา

Sometimes I wake up by the door

บางทีฉันตื่นมาอยู่ข้างประตู

Now that you've gone, must be waiting for you

เพราะว่าเธอไปเสียแล้วและฉันต้องรอเธอต่อไป


Even that when it's already over

ถึงแม้ว่าเรื่องของเราจะจบกันแล้ว


I can't help myself from looking for you


ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะไปหาเธอ


**นี่แสดงให้เห็นว่า เธอไม่อาจตัดใจได้ เธอยังคิดถึงเขาขนาดเฝ้ารอหน้าประตู แสดงถึงความทรมานในการรอคนๆหนึ่งที่มีค่ามากกับเธอ

But I set fire to the rain,

แต่ฉันก็จะจุดไฟกลางสายฝน


Watched it pour as I touched your face

จับจ้องฝนที่ตกลงมาและฉันสัมผัสหน้าเธอ


Let it burn while I cried

ให้ไฟเผาไปขณะที่ฉันกำลังร่ำไห้


'Cause I heard it screaming out your name, your name.

เพราะฉันได้ยินเสียงสายฝนที่ถูกแผดเผากรีดร้องออกมาเป็นชื่อเธอ

I set fire to the rain

ฉันจุดไฟกลางสายฝน

And I threw us into the flames

และพวกเราก็ถูกแผดเผาไปในกองเพลิง

Where I felt somethin' die

กองเพลิงที่ฉันรู้สึกได้ว่าบางอย่างหายไปเสียแล้ว


'Cause I knew that that was the last time, the last time.

เพราะว่าฉันรู้ว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

 

คำเตือน : ควรหากระดาษและปากกามาจด ถ้าไม่รู้คำใดต่อไปนี้

คำศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจ 

จริงๆแล้ว คำศัพท์ข้างบนเป็นคำศัพท์พื้นฐาน-สามัญประจำบ้านหมด แต่ว่ามันอาจจะมีสำนวนเกี่ยวกับศัพท์ที่ท่านผู้อ่านทุกคนจะได้พบเจอไม่ว่าจะในข้อสอบต่างๆหรือในชีวิตประจำวันก็ได้เน้อ

1.Fire  ที่ไม่ได้แปลว่า ไฟอย่างเดียว

-แปลได้ว่า การยิงปืนหรืออาวุธต่างๆ เช่น The soldiers open fire on the demonstators =ทหารเริ่มยิงปืนใส่ผู้ประท้วง

-อารมณ์ที่รุนแรง เช่น You may find the fire in her speech very inspiring = คุณอาจจะรู้สึกได้ว่าอารมณ์ที่รุนแรงในคำพูดของเธอให้แรงบันดาลใจ อาจจะเรียกได้ว่าเป็น craze,zest,fervor,gustoหรือ ardour ก็ได้

-to come under fire = ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เช่น Puck Ying Loo has come under fire for her indecision(indecisiveness) = ปั๊ก ยิ่งลู(อย่าผวนนะ เธอเป็นคนเกาหลี 55+) ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเพราะว่าการตัดสินใจไม่ได้ **จะสังเกตได้ว่า ความหมายเป็น passive นะครับ

-hang/hold fire = ทำให้ตัดสินล่าช้า เช่น We should hang fire until we’re sure that we reach a consensus on this matter.

-to fire = คำนี้เป็นคำที่น่าสนใจ เวลานักข่าวยิงคำถามหาดารารัวๆ ก็ใช้คำนี้ เช่น The journalists fire away questions at Sophia La for three whole hours = นักข่าวเล่นยิงคำถามใส่โซเฟียลาตลอดสามชั่วโมง

 พวกลื้อเข้าใจไหมเนี่ย ว่าอั๊วงง ไม่ใช่งงคำศัพท์นะ แต่งงที่พวกนักข่าวถาม

-to fire = ไล่ออก นอกจากนี้อาจจะเจอ to boot out,cease,lay off,dismiss ,cashier[ไม่ใช่แคชเชียร์นะจ๊ะ มักใช้กับพวกทหาร] give the air/the bullet,to axe someone หรือ make redundant เช่น  Half the workforce is being made redundant

-to fire someone with +อารมณ์ต่างๆ =กระตุ้นให้รู้สึก เช่น What she had told me fired me with excitement.

-to be no ball of fire= ขาดพลังและความสนใจ

-a baptism by/of fire = ทำอะไรยากๆครั้งแรก เช่น Getting on the airplane was a real baptism of fire.

-to breathe fire+over =โกรธเรื่องอะไร

-to get on like a house on fire =สนิทกันเร็วมาก

-not set the world on fire=ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ ไม่ดีเท่าที่ควร

 

2.Rain ที่ไม่ได้แปลว่าฝนอย่างเดียว

 -It looks like rain= เหมือนกับว่าฝนกำลังจะตก

-the rains คำนี้ไม่ได้แปลฝนหลายเม็ด แต่หมายถึง ฤดูฝนนั่นเอง

-come rain or shine =ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้น เช่น Come rain or shine,I will love you. ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้น ผมจะรักคุณเสมอออ

-It never rains but it pours =When it rains,it pours= เป็นสุภาษิตหนึ่ง หมายถึงเมื่อมีสิ่งแย่ๆเกิดขึ้น ก็มีสิ่งที่แย่กว่าตามมาอีก

-to rain one one’s parade= ทำให้แผนการของใครเสีย

-to take a rain check on something = ไม่ทำอะไรตอนนี้ ไว้ทำวันหลัง เช่น would you mind if I take a rain check on that drink coz I’ve got to pick up my children in ten minutes? จะโกรธไหมครับถ้าผมไม่ยอมดื่มกับคุณตอนนี้เพราะว่าผมต้องไปรับลูกๆภายใน 10 นาที

-to be as right as rain = สุขภาพดี สมบูรณ์ดีอยู่ เช่น Janurai คุยกับ Chatima (รู้นะว่าคิดไรอยู่!! จันทร์อุไรและชาติมานะ ไม่ใช่คำอื่นๆๆ)

Janurai :  How are you today?    

Chatima : I’m as right as rain thank you

-rainmaker = คนที่ทำเงินได้มาก หรือว่า พวกใช้มนตร์เรียกฝน

3.claim ที่ไม่ใช้กับ have a claim on something

-claim to fame เป็นคำพูดติดตลกว่า สิ่งที่ทำให้บางคนน่าสนใจขึ้นมา

-to lay claim to something = นอนยันเลยหละว่าสิ่งนั้นเป็นของคุณ

-to stake a claim = เหมือน to claim ธรรมดาๆครับ

 ไม่เกี่ยวไรกันหรอก แต่ฮาดี

4.fall ที่ไม่ได้แปลว่าตก

-เปลี่ยน condition ต่างๆจากเดิมครับ ลองดูตัวอย่างนะครับ

Your rent falls due = คุณต้องจ่ายค่าเช่าห้องแล้ว

The book fell open  at the page on Whitney Houston = อยู่ๆหนังสือก็เปิดหน้าวิทนี่ย์ (อาจจะมีพลังงานหรือวิญญาณซ่อนอยู่ก็เป็นได้ หึหึ)

-ถ้าใช้กับทหาร จะหมายถึงว่า ตายเลยครับ  During the WWII,many soldiers fell in the fight.

-fall flat = ถ้ามีใครเล่นมุก แล้วฝรั่งบอกว่า มุกคุณมัน fall flat แปลว่า มุกคุณแป้กนั่นเองครับ ตัวผมเองโดนด่าประจำ อิอิ

-fall foul of someone= ทะเลาะกับใคร

-to take a fall for someone = รับความผิดแทนใคร

-a fall guy = scapegoat แพะรับบาปนั่นเองครับ

-fall for someone hook,line and sinker = รักใครมากกกก เช่น I would say that I’m falling for Cheryl hook,line and sinker.

ระวางงงง ระวังเด้อครับ

To fell เขียนงี้ เป็น verb 1 ก็มีนะครับ หมายความว่า

-ตัดต้นไม้ เช่น A great number of trees were felled to provide space for grazing.

-หมายถึง a hill

-adj. = ชั่วร้าย

-at/in one fell swoop = รวดเดียว

5.game ที่ไม่ได้แปลว่าเกมอย่างเดียว

-on the game =ขายตัว เช่น Siri went on the game to pay for her drug habit.

-give the game away= สมมติว่าเพื่อนจะจัดเซอร์ไพรส์ใคร แล้วเราปาดโป้งไปบอกเจ้าตัว แสดงว่า เราได้ give the game away หมายถึงการทำลายแผนการที่ตระเตรียมมาอย่างดีโดยบอกเจ้าตัวนั่นเอง   ในทางกลับกันถ้าเจ้าตัวไม่รู้ และเริ่มถาม เราจะใช้ว่า What's your game?

-gamely = bravely อย่างกล้าหาญนั่นเอง

-to be fair game = สมควรได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ เช่น Puck's cabinet is considered fair game by the press.

-die ที่ไม่ได้แปลว่า ตายอย่างเดียว

ถ้าเป็นนามหมายถึง dice ลูกเต๋าครับ มีสำนวนอยู่สำนวนหนึ่ง กล่าวว่า The die is cast หมายถึงเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนั้น

 << ลูกของเต๋า จ้า จะโดนถีบไหมเนี่ย

-to die in my sleep แปลว่า ตายขณะหลับ

-to my dying day = as long as I live

-to be as straight as a die = ซื่อสัตย์มากกก อย่าแปลผิดเน้อครับ เพราะลูกเต๋ามันโยนออกมาแล้วตรงๆ

6.heart

-to do one's heart good = ทำให้ใครดีใจ เช่น It does my heart good to hear that you got married with the man you love.

-A heart leaps (leap leapt leapt) ตื่นเต้นและดีใจกะทันหัน

-heart= ความแน่วแน่ เช่น Don't lose heart now,I'm sure you will get the job. [lose ตรงข้ามกับ take]

-you're all heart = แกนี่มันใจดีเหลือเกิ๊นนนน = แกใจดำมาก เป็นการประชด

-heart in your boots = เศร้าโศก

-hale and hearty = ใช้กับคนแก่นะครับ หมายถึงแก่แล้วแต่ยังกระชุ่มกระชวยอยู่

-The heart rules the head = ซ่างหม่องปล่อยให้หัวใจเป็นอิสระ อย่าใช้สมองมากนักเลย ย้ากกก

สำหรับวันนี้ขอบคุณมากนะครับ สำหรับการติดตามชมบล็อกของผม คราวหน้ากลับมาพร้อมกับเพลงอะไร ต้องติดตามชมนะครับ ลาก่อนครับบ

 

Comment

Comment:

Tweet

ลูกเต๋า 555555
ทำดีๆ Hot! Hot! Hot!

#1 By เฉื่อยชา on 2012-03-01 00:26